HOME     THAI     ENGLISH     SITEMAP


ความจริงที่ถูกละเลย
ถึงแม้ว่าแหล่งทรัพยากรน้ำมันนั้นจะ หมดสิ้นไปภายใน 32 ปี ก็ตามแต่การขนส่งเกือบทั้งหมดของโลกก็ยังคงต้องพึ่งพา น้ำมัน [ลิงค์ไปยัง “การพัฒนาพลังงาน”] อยู่ เนื่องด้วยความจำเป็นในการพึ่งพาของน้ำมันนั้นทำให้โลกละเลยผลของมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมที่ตามมาซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเกิดการเผาไหมของน้ำมันจากเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกลายมาเป็นจุดสนใจมากขึ้นจากลภัยธรรมชาติต่างๆที่เกิดขึ้นและข้อมูลการวิจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมแสดงให้เห็นว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงกับบรรยากาศของโลก ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศชั้นไบออสเฟียร์ของเรา ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆนั้นอาจเป็นผลมาจากกระบวนการต่างๆของบรรยากาศของโลก (เช่นการเกิดการละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลกและปฏิกิริยาระหว่างชั้นบรรยากาศและมหาสมุทร) เช่นเดียวกับแรงจากภายนอก (เช่นการเปลี่ยนแปลงของแสงอาทิตย์หรือวงโคจรของโลก) ก็ตามแต่การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศส่วนใหญ่นั้น มีสาเหตุมาจากมนุษย์

จากการศึกษาเมื่อเร็วๆนี้ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่ารังสีซึ่งถูกกำหนดโดยก๊าซจากปรากฎการณ์เรือนกระจกนั้นเป็นสาเหตุเบื้องต้นของภาวะโลกร้อน, ตามด้วยละอองของเหลว (อนุภาคในชั้นบรรยากาศ) และการเปลี่ยนแปลงของผิวพื้นดิน (ชลประทาน, การตัดไม้ทำลายป่าและการเกษตร) ปรากฎการณ์เรือนกระจก ซึ่งมีความร้อนอันเนื่องมาจากการกักเก็บความร้อนของก๊าซจากปรากฎการณ์เรือนกระจกนั้นได้รับอิทธิพลหลักๆมาจาก การเพิ่มขึ้นของระดับของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เนื่องจากไอเสียจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของซากพืชซากสัตว์ กิจกรรมต่างๆของมนุษย์นั่นเองที่เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลของความร้อนของชั้นบรรยากาศของโลก
ในความเป็นจริงนั้นหลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในทศวรรษ 1950 นั้นการใช้เชื้อเพลิงจากซากพืชซากสัตว์ของมนุษย์ได้เพิ่มความหนาแน่นของระดับก๊าซ CO2 จาก 270 ส่วนต่อล้านส่วน (ppm) ให้กลายเป็นมากกว่า 380 ppm ในทุกวันนี้
 
จาก การศึกษาแกนน้ำแข็ง ที่แอนตาร์กติคซึ่งได้วิเคราะห์ฟองอากาศที่ติดอยู่ในแกนหิมะความยาว 3.2 กิโลเมตรระบุว่าความหนาแน่นที่สูงของก๊าซจากปรากฎการณ์เรือนกระจกดังเช่นทุกวันนี้นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วง 800,000 ปีที่ผ่านมา ผลที่ได้แสดงว่า CO2 นั้นจะมีค่าเปลี่ยนแปลงอยู่ในช่วง 180 ppm และ 270 ppm ซึ่งเป็นระดับทางอุตสาหกรรมเท่านั้น การค้นพบนี้แสดงให้เห็นถึงปัญหาเช่นเดียวกับระดับ 380 ppm ในปัจจุบันว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นไป มากกว่า 560 ppm ในช่วงปลายของศตวรรษที่ 21 เช่นเดียวกับการเพิ่มขึ้นของระดับของมีเธนการเปลี่ยนแปลงต่างๆนี้จะส่งผลให้ อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 1.4 – 5.6 องศาเซลเซียส

ทำไมภาวะโลกร้อนถึงเป็นปัญหา?
ถ้าจำนวนก๊าซจากปรากฎการณ์เรือนกระจกที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นนั้นไม่สามารถลดจำนวนได้ในอนาคตอันใกล้นี้มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนขึ้น โดยธรรมชาตินั้น รังสีความร้อนที่รุนแรง นั้นจะเกิดบ่อยขึ้นซึ่งส่งผลให้เกิดฤดูแล้งและไฟป่า นอกเหนือจากนี้อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะ ละลายน้ำแข็งขั้วโลก มหาสมุทรอาร์คติกก็จะไม่มีน้ำแข็งในช่วงฤดูร้อนภายในปี 2050 อีกตัวอย่างหนึ่งคือการไหลของธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์มีเพิ่มขึ้นจากทศวรรษที่ผ่านมาเป็น 2 เท่า จากสิ่งที่กล่าวไปนั้นจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่างๆสำหรับแผ่นน้ำแข็งใหญ่ๆในกรีนแลนด์หรือในแอนตาร์คติกตะวันตกในการพังทลายซึ่งจะเป็นการ เพิ่มระดับน้ำทะเลของโลก ให้สูงขึ้น 6 เมตร (20 ฟุต) ไม่ว่าจะเป็นการละลายหรือการพังทลายของแผ่นน้ำแข็งก็ตามการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจะ ทำลายพื้นที่ชายฝั่ง ไปทั่วโลกและจะสร้าง ผู้อพยพนับล้านๆคน นอกเหนือจากนี้สายพันธุ์ต่างๆมากกว่าล้านสายพันธุ์ทั่วโลกจะสูญพันธุ์ภายในปี 2050 อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะเพิ่มการเกิดขึ้นของ โรคติดต่อเขตร้อน เช่นมาลาเรียในหลายๆพื้นที่ซึ่งโรคนี้สามารถป้องการการแพร่ระบาดได้โดยอุณหภูมิที่ต่ำ

ไบโอดีเซลสำหรับเชื้อเพลิงการขนส่ง
ถ้ามีการดำเนินการที่เหมาะสมเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ผลกระทบของภาวะโลกร้อนนั้นอาจถูกเปลี่ยนไม่ให้เกิดขึ้นได้ กุญแจสำคัญในการเริ่มต้นคือ การลดการปล่อยก๊าซ CO2 จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงจากซากพืชซากสัตว์ ไบโอดีเซลนั้นอาจมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้เพราะสามารถช่วย ลดไอเสีย ของก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO) ลงประมาณ 50% และ CO2 ลงประมาณ 78% ในวงจรโดยรวม ในความเป็นจริงนั้นไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงดีเซลทดแทนประเภทเดียวที่สามารถลดก๊าซจากปรากฎการณ์เรือนกระจกในชั้นบรรยากาศได้ การใช้ไบโอดีเซลจะสามารถลดการปล่อยสารไฮโดรคาร์บอนของโอโซน, อนุภาคดีเซลที่เป็นอันตรายและฝนกรดที่ทำให้เกิดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ นอกจากนี้จะช่วยกำจัดควันที่สามารถมองเห็นและกลิ่นที่เป็นพิษและยังสามารถสลายตัวได้ง่ายซึ่งส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อย
 
จากผลกระทบที่อันตรายอันเนื่องมาจากสภาวะโลกร้อนนั้น การมุ่งเน้นในการพัฒนาพลังงานในอนาคตนั้นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงและมุ่งไปยังแหล่งพลังงานหมุนเวียนและ ไบโอดีเซลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่ง ใน ประเทศไทย นั้นวัตถุประสงค์ได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างชัดเจนแล้วจากการนำของ โครงการริเริ่มส่วนพระองค์ และ นโยบายการส่งเสริม เพื่อสร้างอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ นโยบายพลังงานทดแทนแห่งชาติระบุไว้ว่าภายในปี 2011 นั้น 8% ของปริมาณการใช้พลังงานของประเทศจะมาจาก แหล่งพลังงานทางเลือก 16 แห่งซึ่งรวมถึงไบโอดีเซลและแกสโซฮอล์
  Copyright 2007 Green Power Corporation         Disclaimer